amb_pisanu 

สารเอกอัครราชทูต

 

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน

แม้โลกจะยังไม่สามารถก้าวผ่านอุปสรรคและความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ไปได้ แต่หากมองในแง่ดีก็มีพัฒนาการไปในทิศทางที่ดีขึ้น จนถึงขณะนี้ก็ประมาณ ๓ เดือนแล้ว นับตั้งแต่รัฐบาล สหราชอาณาจักรประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และล่าสุด พัฒนาการที่น่ายินดีอย่างยิ่ง คือการยกเลิกมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักร (red list) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ ๑๑ ตุลาคม ศกนี้ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนทั้งด้านธุรกิจและประชาชนในทุกมิติ ระหว่างไทยกับสหราชอาณาจักรอีกครั้งหนึ่ง ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยรากฐานความสัมพันธ์อันแข็งแกร่ง ทั้งสองประเทศจะขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ และก้าวข้ามวิกฤตครั้งสำคัญของมวลมนุษยชาตินี้ไปให้ได้ด้วยกันอย่างเข้มแข็ง 

ในช่วงที่คนไทยทุกภาคส่วนในสหราชอาณาจักรต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับชีวิตในยุคหลังโควิด-๑๙ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้จัดกิจกรรมออนไลน์และออฟไลน์หลายกิจกรรม ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน ๒๕๖๔ เพื่อเชื่อมโยงชุมชนไทยในสหราชอาณาจักรให้ใกล้ชิดและมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากยิ่งขึ้น

สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้จัดกิจกรรมวิ่งการกุศล “สนองพระราชดำริรวมจิตอาสาไทยในสหราชอาณาจักร (I Volunteer for Thailand)” ในงาน Richmond RunFest เพื่อระดมทุนทรัพย์สนับสนุนโครงการเพื่อเด็กพิการและเด็กที่ครอบครัวได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ ขององค์กร Safe Child Thailand ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ชุมชนไทยและภาคส่วนต่าง ๆ ของไทยในสหราชอาณาจักรได้กลับมาพบปะ และทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อร่วมแสดงพลังความสมัครสมานสามัคคีที่จะส่งธารน้ำใจให้กับพี่น้องคนไทยในประเทศไทยที่ประสบความยากลำบาก นับเป็นภาพที่งดงามและน่าประทับใจอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้พยายามนำสาระความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริมสร้างและพัฒนาทักษะให้กับพี่น้องคนไทยในทุกกลุ่มทุกเพศทุกวัย ในโครงการของสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับพี่น้องคนไทยในสหราชอาณาจักร เนื่องจากโลกในยุคหลังโควิด-๑๙ ความจริงประการหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ เทคโนโลยีดิจิทัลก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเราในทุกด้าน ทั้งการสื่อสาร การทำธุรกิจ และการรับบริการจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งโครงการสอนภาษาและวัฒนธรรมไทยผ่านการ์ตูนแอนิเมชั่น “Thailand Express” ซึ่งเป็นสื่อการสอนรูปแบบใหม่ ที่ส่งเสริมให้สถาบันครอบครัวเป็นศูนย์การเรียนรู้และส่งเสริมสายใยอันอบอุ่นระหว่างผู้ปกครองและเด็ก และโครงการ online workshop เทคนิคการถ่ายภาพเบื้องต้นสำหรับอาหารและของหวาน เพื่อส่งเสริมทักษะที่สำคัญในการนำเสนอสินค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้ศึกษาและยกระดับการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

อีกหนึ่งโครงการที่ผมและทีมสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้กลั่นจากใจ เพื่อมอบให้เป็นของขวัญแก่พี่น้องคนไทยในสหราชอาณาจักรคือ การจัดตั้งกลุ่มเฟซบุ๊กและดิจิทัลไทยทาวน์ “ThailandinUK Marketplace” ภายใต้คำขวัญ “รวยเงิน รวยน้ำใจ ช้อปตลาดไทยในยูเค” ซึ่งนับเป็นดิจิทัลไทยทาวน์แห่งแรก เพื่อให้คนไทยในสหราชอาณาจักร และคนไทยในประเทศไทยที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับสหราชอาณาจักร ได้มาสื่อสาร เชื่อมโยง แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน พัฒนาทักษะการค้าออนไลน์เพื่อรับกับยุคดิจิทัล และทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ยุค ๔.๐ ได้อย่างเข้มแข็งอย่างแท้จริง ซึ่งผมและทีมสถานเอกอัครราชทูตฯ ต้องขอขอบคุณพี่น้องคนไทยและทุกภาคส่วนที่ให้การตอบรับและสนับสนุนโครงการนี้เป็นอย่างดี ทำให้ดิจิทัลไทยทาวน์ “ThailandinUK Marketplace” เติบโตอย่างรวดเร็วและเข้มแข็ง โดยมีสมาชิกถึงเกือบ ๕,๐๐๐ คน ภายหลังการเปิดตัวได้เพียงหนึ่งเดือน ผมเชื่อว่า โครงการฯ นี้ ซึ่งสะท้อนน้ำใจไมตรีอันอบอุ่นอย่างไทยจะเป็นอนาคตของชุมชนไทยในสหราชอาณาจักร และตัวอย่างการสร้างชุมชนไทยเข้มแข็งในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้เป็นอย่างดี

สุดท้ายนี้ แม้ว่าทุกท่านจะได้รับการฉีควัคซีนแล้ว ก็ยังควรให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามมาตรการด้านสุขอนามัยที่จำเป็นอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการล้างมือนาน ๒๐ วินาทีหรือทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอร์ฆ่าเชื้อเป็นประจำ การใส่หน้ากากอนามัย การรักษาระยะห่าง และดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนฤดู อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้น ควรหันมาใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ เพื่อดูแลสุขอนามัยที่ดีทั้งของคุณเองและคนที่คุณรัก

โลกในยุคหลังโควิด-๑๙ ยังมีความไม่แน่นอนต่าง ๆ ที่เป็นความท้าทายของพวกเรา ผมและทีมสถานเอกอัครราชทูตฯ ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องคนไทยฝ่าฟันสถานการณ์โควิด-๑๙ ร่วมกันต่อไปอย่างเข้มแข็งแล้วเราจะก้าวผ่านอุปสรรคและความท้าทายไปด้วยกัน

-----------------------------