วันที่นำเข้าข้อมูล 16 ม.ค. 2567
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 18 ส.ค. 2569
| 9,286 view
- ประเทศไทยกับสหราชอาณาจักรมีความสัมพันธ์กันมากว่า ๔๐๐ ปี โดยปรากฏหลักฐานการติดต่อกันเป็นครั้งแรกตามที่บริษัทอีสต์ อินเดีย (East India Company) ของอังกฤษได้เดินทางมาที่ประเทศสยามเมื่อปี ๒๑๕๕ ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยา และสมเด็จพระเจ้าเจมส์ที่ ๑
- การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นในปี ๒๓๙๘ เมื่อครั้งที่มีการลงนามในสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและการพาณิชย์ระหว่างจักรวรรดิอังกฤษกับราชอาณาจักรสยาม (Treaty of Friendship and Commerce between the British Empire and the Kingdom of Siam) หรือที่เป็นรู้จักกันในนามสนธิสัญญาเบาว์ริง ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๓๙๘ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ และสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย
- จากนั้นสหราชอาณาจักรได้จัดตั้งสถานกงสุลขึ้นในประเทศไทย (สยาม) เมื่อปี ๒๓๙๙ และในปีถัดมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม บุนนาค) เชิญพระราชสาส์นและเครื่องราชบรรณาการไปถวายสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียที่ปราสาทวินด์เซอร์ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๔๐๐ ถือเป็นราชทูตสยามคนแรก โดยหลังจากนั้น ในช่วงกลางทศวรรษ ๒๔๒๐ สถานราชทูตไทยได้ย้ายที่ทำการไปที่อาคารเลขที่ ๒๑-๒๓ แอชเบิร์น เพลส ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตต่อเนื่องยาวนานจนถึงปี ๒๕๐๗ ก่อนที่จะย้ายที่ทำการไปยังอาคารเลขที่ ๒๙-๓๐ ควีนส์เกท จนถึงปัจจุบัน
- ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสหราชอาณาจักรในภาพรวมดำเนินไปอย่างราบรื่นและใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ระดับราชวงศ์ลงมา
- เมื่อปี ๒๕๖๗ ประเทศไทยและสหราชอาณาจักรประกาศยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (strategic partnership) โดยทั้งสองฝ่ายได้ลงนามเอกสารแผนการความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-สหราชอาณาจักร (Thailand-UK Strategic Partnership Roadmap) ซึ่งเป็นแผนแม่บทของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การเกษตร การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม และความสัมพันธ์ระดับประชาชน ซึ่งครอบคลุมถึงการท่องเที่ยว การศึกษา และวัฒนธรรม ทั้งในระดับทวิภาคี ภูมิภาคและพหุภาคี โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ (นายปานปรีย์ พหิทธานุกร และ Lord Cameron of Chipping Norton) เป็นผู้ลงนามในเอกสารดังกล่าว เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๗ ในโอกาสที่ Lord Cameron เดินทางเยือนประเทศไทย
- ประเทศไทยกับสหราชอาณาจักรเฉลิมฉลองวาระครบรอบ ๑๗๐ ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี ๒๕๖๘ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวาระดังกล่าวตลอดทั้งปี ในส่วนของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน มีอาทิ การจัดงานเลี้ยงรับรองเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบความสัมพันธ์ฯ งานนิทรรศการภาพถ่าย “Siam through the Lens of John Thomson” การจัดทำหนังสือประวัติศาสตร์ ๑๗๐ ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ฯ และงานนิทรรศการผ้าไทย "Chud Thai through the Ages: Weaving History, Craft, and Identity" โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเปิดงานและทรงนำเสนอฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมและชุดผ้าไทยต่าง ๆ ที่ทรงออกแบบ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยได้จัดการแสดงคอนเสิร์ตเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบความสัมพันธ์ฯ แสดงโดยวงดุริยางค์ราชนาวิกโยธินในสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ ๓ แห่งสหราชอาณาจักร (His Majesty King Charles’ Royal Marines) เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๘ ณ วชิราวุธวิทยาลัย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรด้วย
- สำหรับกลไกในการดำเนินความสัมพันธ์ ปัจจุบัน ประเทศไทยและสหราชอาณาจักรมี “การหารือเชิงยุทธศาสตร์ไทย-สหราชอาณาจักร” (Thailand - United Kingdom Strategic Dialogue) เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือทวิภาคีในภาพรวม ความร่วมมือระดับภูมิภาค รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นระดับโลกที่สองฝ่ายสนใจร่วมกัน โดยมีหัวหน้าคณะผู้แทนในระดับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ/ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ การหารือครั้งแรกมีขึ้นเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ที่กรุงเทพฯ ส่วนการหารือครั้งล่าสุดเป็นการหารือฯ ครั้งที่ ๖ มีขึ้นเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ที่ประเทศไทย โดยมีนายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ และนาง Seema Malhotra ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เครือจักรภพและการพัฒนาสหราชอาณาจักร (ด้านอินโด-แปซิฟิก) (ตำแหน่งในขณะนั้น) เป็นประธานร่วมของการหารือฯ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้จัดตั้งกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-สหราชอาณาจักรเพื่อเป็นกลไกส่งเสริมการสร้างเครือข่ายรัฐสภาระหว่างกันด้วย
- ในด้านความมั่นคง ประเทศไทยกับสหราชอาณาจักรมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิด โดยนอกจากความร่วมมือด้านอาวุธยุทโธปกรณ์และด้านการศึกษาและฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรทหารของไทย ทั้งสองประเทศยังมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ทั้งในประเด็นด้านความมั่นคงแบบดั้งเดิม ความร่วมมือด้านกิจการทางทะเล และความมั่นคงรูปแบบใหม่ อาทิ ความมั่นคงทางไซเบอร์ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม และการร่วมมือกันในรูปแบบการฝึกปฏิบัติการผสมทางทหารในนาม ‘Panther Gold’ และการฝึก ‘Cobra Gold’ (ซึ่งเป็นการฝึกแบบพหุภาคีที่มีประเทศเข้าร่วมและสังเกตการณ์จำนวนมาก ถือเป็นการฝึกร่วมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย) และเมื่อปี ๒๕๖๕ ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจด้านความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ (MoU on Defence Cooperation) เพื่อเป็นกรอบในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันต่อไป ทั้งในด้านการฝึกร่วมการหารือทวิภาคี และการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ
- นอกจากความร่วมมือในระดับทวิภาคีแล้ว ประเทศไทยกับสหราชอาณาจักรยังมีความร่วมมือในระดับภูมิภาค ผ่านกรอบอาเซียน ตามที่สหราชอาณาจักรได้เข้าร่วมเป็นคู่เจรจาของอาเซียนเมื่อปี ๒๕๖๔ โดยอาเซียนและสหราชอาณาจักรได้รับรองเอกสาร ASEAN-UK Plan of Action (PoA) 2022-2026 ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับสหราชอาณาจักรเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินความร่วมมือระหว่างกัน และต่อมาในปี ๒๕๖๖ สหราชอาณาจักรได้ประกาศโครงการเพื่อดำเนินความร่วมมือกับอาเซียนภายใต้ POA ใน ๕ สาขา ได้แก่ (๑) การสนับสนุนการรวมตัวทางเศรษฐกิจ (๒) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (๓) สาธารณสุข โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และรักษาโรคติดต่อ (๔) วาระ Women, Peace, and Security (WPS) และ (๕) การศึกษาสำหรับสตรีและเด็กผู้หญิง ทั้งนี้ อาเซียนและสหราชอาณาจักรเฉลิมฉลองวาระครบรอบ ๕ ปีของความสัมพันธ์คู่เจรจาในปี ๒๕๖๙ และประเทศไทยจะรับหน้าที่ประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-สหราชอาณาจักร ในปี ๒๕๗๐ ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรได้เข้าเป็นผู้เข้าร่วมการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum: ARF) ลำดับที่ ๒๘ ในการประชุม ARF ครั้งที่ ๓๓ ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๙
TOP
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน
Royal Thai Embassy, London
Royal Thai Embassy, London
Royal Thai Embassy, 29-30 Queen's Gate, London, SW7 5JB
Copyright © 2017 MFA All rights reserved.