สรุปข่าวเศรษฐกิจที่สำคัญใน สอ. ในช่วงวันที่ 16 - 31 ต.ค. 2565

สรุปข่าวเศรษฐกิจที่สำคัญใน สอ. ในช่วงวันที่ 16 - 31 ต.ค. 2565

วันที่นำเข้าข้อมูล 11 พ.ย. 2565

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 11 พ.ย. 2565

| 54 view

๑. ความเคลื่อนไหวในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของ สอ.
    ๑.๑ รถยนต์ บ. BMW ประกาศแผนยกเลิกการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ Mini ที่ศูนย์ผลิตในเมือง Oxford ของ สอ. ในปีหน้า และจะย้ายฐานการผลิตรถยนต์รุ่นดังกล่าวไปที่ศูนย์ผลิตในจีนในปี ๖๗ แทน (แล้วส่งออกไป สอ.) โดย BMW เห็นว่าศูนย์ผลิตเมือง Oxford สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้ในจำนวนจำกัดเพียง ๔๐,๐๐๐ คัน/ปี และต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาและปรับปรุงศูนย์ผลิตดังกล่าวให้สามารถขยายการผลิตจำนวนมากได้ อย่างไรก็ดี บริษัทจะยังคงผลิตรถยนต์แบบใช้น้ำมันเชื้อเพลิงยี่ห้อ Mini ที่ศูนย์ผลิตเมือง Oxford ต่อไป โดยจะส่งออกไปยังสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และภูมิภาค ตอ. กลาง (สอ. จะยกเลิกการจำหน่ายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั้งหมดในปี ๒๕๗๓ เป็นต้นไป) ทั้งนี้ บริษัทยังคาดหวังที่จะกลับมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าใน สอ. อีกครั้งในอนาคต ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้ออื่น เช่น Jaguar Land Rover และ Lotus เป็นต้น ต่างมีฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้านอก สอ. เช่นกัน ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ของ สอ. ได้ออกมาเรียกร้องให้ รบ. สอ. เพิ่มการสนับสนุนเพื่อช่วยดึงดูดบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าให้เข้ามาลงทุนใน สอ. เพื่อเอื้อประโยชน์ให้การเปลี่ยนผ่านจากการผลิตรถยนต์น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าราบรื่นมากขึ้น อนึ่ง รถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดใน สอ. ในปัจจุบันได้แก่ Nissan Leaf เนื่องจากผลิตใน สอ. (ที่เมือง Sunderland)1
    ๑.๒ สนามบิน Heathrow ประกาศยกเลิกมาตรการจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการของสนามบินที่กำหนดไว้ไม่เกินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ คน/วัน ที่บังคับใช้มาตั้งแต่ฤดูร้อนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความล่าช้าในการให้บริการของสนามบินซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากปัญหาขาดแคลนแรงงานที่เพียงพอกับจำนวนผู้โดยสาร สำหรับการเตรียมรับมือช่วงการเดินทางในเทศกาลคริสมาสต์ สนามบิน Heathrow อยู่ระหว่างเจรจาและประสานงานกับสายการบินต่าง ๆ เพื่อปรับตารางเวลาการบินใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอีก แต่หากไม่สำเร็จอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการจำกัดจำนวนผู้โดยสารต่อวันอีกครั้ง ทั้งนี้ Heathrow ประเมินว่า การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินและการบริการสนามบินให้กลับมาเทียบเท่ากับช่วงก่อนวิกฤตโควิด-๑๙ น่าจะใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง โดยมีปัจจัยอุปสรรคจากประเด็นการขาดแคลนแรงงาน ในส่วนของบริษัทต่าง ๆ ที่ให้บริการในพื้นที่ของสนามบิน Heathrow ยังจำเป็นต้องจ้าง พนง. เพิ่มอีกราว ๒๕,๐๐๐ ตำแหน่ง เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้บริการแบบเต็มศักยภาพได้ ทั้งนี้ ในรอบ ๙ เดือนที่ผ่านมา (ถึงสิ้นเดือน ก.ย.๖๕) มีผู้ใช้บริการสนามบิน Heathrow ทั้งหมดประมาณ ๔๔.๒ ล้านคน ซึ่งมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วกว่า ๔ เท่าทำให้สนามบิน Heathrow มีผลประกอบการขาดทุนลดลงเหลือประมาณ ๔๔๒ ล้านปอนด์ (จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ ๑.๐๗ พันล้านปอนด์) นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้บริการสนามบิน Heathrow ในปีนี้รวมจำนวน ๖๐ - ๖๒ ล้านคน แต่ยังต่ำกว่าจำนวนผู้ใช้บริการในปี ๖๒ (ก่อนวิกฤตโควิด-๑๙) คิดเป็นร้อยละ ๒๕2
    ๑.๓ ธุรกิจค้าปลีก บ. Asos ซึ่งเป็นเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าแฟชั่นของ สอ. ให้ข้อมูลว่าผลประกอบการของบริษัทในช่วงหนึ่งปีจนถึงเดือน ส.ค. ๖๕ ปรับตัวลดลงจำนวน ๓๑.๙ ล้านปอนด์ เทียบกับในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่บริษัทมีผลกำไร ๑๗๗.๑ ล้านปอนด์ โดยบริษัทมองว่าผลดังกล่าวมีปัจจัยจากการที่ ปชช. พยายามลดค่าใช้จ่ายท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ Asos ประเมินว่าผลประกอบการของบริษัทในช่วง ๖ เดือนหน้าจนถึง ก.พ. ๖๖ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอีก จึงมีแผนฟื้นฟูโครงสร้างโดยจะเน้นจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าให้ตรงเป้าหมายลูกค้าเฉพาะกลุ่มมากขึ้น และลดค่าใช้จ่ายในส่วนต่าง ๆ อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงยืนยันว่าจะรักษานโยบายการส่งสินค้าที่ยังไม่ได้ใช้คืนได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมไว้ต่อไปเนื่องจากเป็นจุดแข็งทางการตลาดของบริษัท แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาบริษัทจะต้องรับผิดชอบต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากการที่ลูกค้าส่งคืนสินค้าที่ไม่ต้องการเพิ่มขึ้นก็ตาม ทั้งนี้ ข่าวดังกล่าวทำให้ มูลค่าหุ้นของบริษัทปรับขึ้นร้อยละ ๑๑ เนื่องจากนักลงทุนมองว่าเป็นกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับสภาวะ ศก.ในปัจจุบัน3
    ๑.๔ อสังหาริมทรัพย์ ข้อมูลจากธนาคารกลางของ สอ. (Bank of England – BoE) พบว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มชะลอตัวลงตามภาวะเงินเฟ้อสูงและต้นทุนกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีสถิติผู้ที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อเพื่อบ้านพักอาศัยใน สอ. ในเดือน ก.ย. ๖๕ จำนวนประมาณ ๖๖,๘๐๐ ราย ซึ่งลดลงจากเดือน ส.ค. ที่มีจำนวนประมาณ ๗๔,๔๔๐ ราย อีกทั้งยอดเงินกู้ยืมทรงตัวที่ประมาณ ๖.๑ พันล้านปอนด์ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าธุรกรรมการซื้อขายบ้านพักอาศัยได้ทยอยลดลงมาเป็นลำดับตั้งแต่ก่อนหน้าการประกาศนโยบายกระตุ้น ศก. (Growth Plan 2022) ของ รบ. สอ. ภายใต้อดีต นรม. Liz Truss แล้ว (ประกาศเมื่อ ๒๓ ก.ย. ๖๕) ที่ส่งผลให้เกิดความผันผวนกับค่าเงินปอนด์และตลาดสินเชื่ออย่างรุนแรง ตลอดจนทำให้ธนาคารยกเลิกผลิตภัณฑ์สินเชื่อจำนวนมาก นอกจากนี้ จำนวนเงินกู้ส่วนบุคคลจากการใช้จ่ายทั่วไป (consumer credit) ลดลงเช่นกันจากประมาณ ๑.๒ พันล้านปอนด์ในเดือน ส.ค. ๖๕ เหลือประมาณ ๗๐๐ ล้านปอนด์ในเดือน ก.ย. ๖๕ กอปรกับในช่วงเดียวกันนี้พบว่ามียอดเงินออมทรัพย์ของภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นกว่า ๘.๙ ล้านปอนด์ (หรือประมาณ ๒ เท่าของค่าเฉลี่ยเงินออมทรัพย์ภาคครัวเรือนก่อนวิกฤตโควิด-๑๙) จึงสะท้อนการปรับตัวของผู้บริโภคที่ลดรายจ่ายไม่จำเป็นและเก็บเงินสดไว้เตรียมรองรับสภาวะฝึดเคืองในช่วงเวลาปัจจุบันมากขึ้นแล้ว4
         อนึ่ง บ. Lloyds Banking Group ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อเพื่อบ้านพักอาศัยรายใหญ่ที่สุดของ สอ. และเป็นเจ้าของ ธ. Halifax คาดการณ์ว่าสถานการณ์ที่ดอกเบี้ยอาจเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๔ ในอีก ๒ ปีข้างหน้า (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยกลางของ BoE อยู่ที่ร้อยละ ๒.๒๕) จะทำให้ราคาเฉลี่ยบ้านพักอาศัยของ สอ. มีแนวโน้มปรับตัวลดลงร้อยละ ๘ ในปีหน้าและอาจซบเซาไปอีก ๔ ปีหลังจากนี้ โดยมีปัจจัยจากปริมาณอุปสงค์ในการซื้อบ้านลดลงตามแนวโน้มต้นทุนกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาเฉลี่ยบ้านพักอาศัยใน สอ. จะปรับตัวลดลงเพียงบางส่วนเท่านั้นหลังจากปีที่แล้ว (จนถึงเดือน ส.ค. ๖๕) เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ ๑๓.๖ เนื่องจาก รบ. สอ. เคยมีมาตรการช่วยเหลือสินเชื่อเพื่อบ้านพัก5

๒. ทิศทางเศรษฐกิจของ สอ.
    ๒.๑ อัตราเงินเฟ้อสูงยังเป็นปัจจัยลบต่อการกระตุ้น ศก. ใน สอ. โดยข้อมูลจาก สนง. สถิติแห่งชาติ สอ. (Office for National Statistics - ONS) พบว่าอัตราเงินเฟ้อในรอบ ๑ ปี (จนถึงเดือน ก.ย. ๖๕) ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับร้อยละ ๑๐.๑ (จากร้อยละ ๙.๙ ในเดือน ส.ค. ๖๕) โดยมีปัจจัยหลักจากราคาพลังงาน อาหาร และขนส่งที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินปอนด์เทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ปรับตัวลดลงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าปรับเพิ่มสูงขึ้นในภาพรวม โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ที่ปรับขึ้นถึงร้อยละ ๑๔.๖ ถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดในรอบ ๔๒ ปี6 นอกจากนี้ ข้อมูลการสำรวจของบริษัท Kantar พบว่ายอดขายของซุปเปอร์มาร์เก็ตส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มที่เน้นราคาย่อมเยา เช่น Lidl และ Aldi ในช่วง ๑๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๐.๙ และร้อยละ ๒๐.๗ ตามลำดับ โดยเป็นผลจากการที่ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าผักผลไม้สดที่ใกล้เกินอายุการบริโภคที่วางจำหน่ายมากขึ้น7 ซึ่งสะท้อนว่าผู้บริโภคพยายามลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนท่ามกลางวิกฤตเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่คาดว่าจะรุนแรงขึ้นอีกในไตรมาสที่สี่ของปีนี้
    ๒.๒ สภาวะ ศก. มหภาคของ สอ. มีความผันผวนลดลงและทรงตัวดีขึ้นภายหลังการประกาศลาออกจากตำแหน่ง นรม. สอ. ของนาง Truss เมื่อวันที่ ๒๐ ต.ค. ที่ผ่านมา กอปรกับการเข้ารับตำแหน่ง นรม. สอ. คนใหม่ของนาย Rishi Sunak (อดีต รมว. คค.) ทำให้ตลาดมีความเชื่อมั่นต่อ ศก. สอ. มากขึ้นจึงทำให้อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินปอนด์เทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ ๑.๑๖ ปอนด์/ดอลลาร์สหรัฐ (ณ วันที่ ๒๖ ต.ค. ๖๕) ซึ่งถือเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่มีการประกาศนโยบายกระตุ้น ศก. ที่เป็นปัญหาของนาง Truss ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (อายุ ๑๐ ปีและ ๓๐ ปี) ได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับที่เทียบเท่ากับก่อนหน้าการประกาศนโยบายกระตุ้น ศก. ของ รบ. สอ. ชุดก่อนแล้ว สะท้อนถึงการตอบรับเชิงบวกและแนวโน้มความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุน
8
         อย่างไรก็ดี เสถียรภาพทาง ศก. ในขณะนี้ยังถือเป็นระยะสั้น และยังคงต้องติดตามการแถลงแผน งปม. รายจ่ายประจำฤดูใบไม้ผลิ (Autumn Budget Statement 2022) รวมทั้งรายงานการประเมินความเสี่ยงภาพรวมทาง ศก. และการคลังของ สอ. โดย Office for Budget Responsibility (OBR) ในวันที่ ๑๗ พ.ย. ๖๕ อีกครั้งเนื่องจากจะมีรายละเอียดนโยบายของ รบ. สอ. ชุดใหม่มากขึ้น ซึ่งหากตลาดเห็นว่ามีความเหมาะสมรัดกุม ก็จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเป็นปัจจัยกำหนดความมั่นคงทางการเมืองและ ศก. สอ. ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้


1 https://www.thetimes.co.uk/article/7e77ba10-4be1-11ed-8b55-aaf85c581598?

2 https://www.ft.com/content/9e5ee579-4986-4c74-b957-ce8329c67b6a

3 https://www.ft.com/content/e638698d-99e7-4e09-8970-88bb632dd299

4 https://www.ft.com/content/573e07c5-8fce-4788-a956-2f489e2877be

5 https://www.bbc.co.uk/news/business-63411783

6 https://www.bbc.co.uk/news/business-63301383

7 https://www.retailgazette.co.uk/blog/2022/10/aldi-and-lidl-sales-rise-more-than-20-as-brits-turn-to-wonky-veg-to-save-money/

8 https://www.thetimes.co.uk/article/gilt-yields-fall-in-vote-of-confidence-for-sunak-l5m8czxx